เทรดเดอร์หลายคนที่เริ่มเข้ามาเทรดในตลาด Forex ได้สักพัก มักจะเริ่มได้ยินเหล่าเทรดเดอร์ด้วยกัน เริ่มพูดถึงการเทรดแบบดู Price action หรือพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งบางคนอาจยังไม่เข้าใจว่า Price action คืออะไร ?

สารบัญบทความ click เพื่อเลือกอ่าน !!

ความหมายของ Price action

ถ้าพูดกันอย่างง่ายที่สุดเลย การดู Price action คือ การดูกราฟเปล่านั้นเอง ไม่ใช้ Indicators หรือเส้นค่าเฉลี่ยอะไรทั้งสิ้น เป็นการดูพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาจากกราฟเปล่าๆ ทั้งในรูปแบบของ Candlestick chart และ Bar chart

ซึ่งมีเทรดเดอร์ในตลาด Forex หลายท่านที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้วิธีนี้ในการเทรด เพราะพวกเขาเชื่อว่าพวก Indicators หรือเส้นค่าเฉลี่ยต่างๆ ล้วนมาจากการคำนวณของราคา ทั้ง Open High low และ Close ที่ปรากฎอยู่บนกราฟแล้วทั้งสิ้น พวกเขาเหล่านั้นจึงไปโฟกัสการดูพฤติกรรมของราคาเลย

บทความนี้เป็นการแนะนำ การใช้ Price action ทั้งลักษณะและวิธีการวิเคราะห์ต่างๆ

หน้าตาของ Price action

  • Up bar:

หรือที่เรียกว่า “Bullish bar” เป็น bar หรือ แท่งเทียน ที่ทำ High สูงขึ้น และ Low สูงขึ้น กว่าแท่งก่อนหน้า แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น ฝั่งซื้อมีกำลังมากกว่าฝั่งขาย

โดยปกติแท่งเทียนจะเป็นสีเขียว (ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด) แต่บางครั้งแท่งเทียนสามารถเป็นสีแดงได้เช่นกัน (ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด) เพราะถ้าแท่งเทียนยังคงลักษณะที่ทำ High สูงขึ้นและ Low สูงขึ้น กว่าแท่งก่อนหน้าก็ยังคงเรียกว่า Up bar

  • Down bar:

หรือที่เรียกว่า “Bearish bar” ตรงกันข้ามกับ Up bar เป็น bar หรือ แท่งเทียน ที่ทำ High ต่ำลง และ Low ต่ำลง กว่าแท่งก่อนหน้าแสดงถึงแนวโน้มขาลง ฝั่งขายมีกำลังมากกว่าฝั่งซื้อ

โดยปกติ แท่งเทียนจะเป็นสีแดง (ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด) แต่บางครั้งแท่งเทียนสามารถเป็นสีเขียวได้เช่นกัน (ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด) เพราะถ้าแท่งเทียนยังคงลักษณะที่ทำ High ต่ำลง และ Low ต่ำลง กว่าแท่งก่อนหน้า ก็ยังคงเรียกว่า Down bar

  • Inside bar:

บางครั้งเรียกกันว่า “Narrow range bar” โดย Inside bar จะมีลักษณะ High ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า และ Low สูงกว่าแท่งเทียนหน้า รูปแบบเป็นการบีบตัวแคบลงของราคา แสดงถึงการราคายังไม่สามารถเลือกทิศทางได้ และถ้าราคาทะลุไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่งก็แสดงว่าตลาดได้เลือกทิศทางที่จะไป

  • Outside bar:

บางครั้งเรียกกันว่า “Mother bar หรือ Wide range หรือ Engulfing bar”) เป็นลักษณะที่แท่งเทียนทำ High สูงกว่าแท่งก่อนหน้า และ Low ต่ำกว่าแท่งเทียนหน้าเช่นกัน ตำแหน่งของราคานั้นก็แสดงถึงแรงซื้อ หรือแรงขายของฝั่งนั้นที่มีกำลังมากกว่า

อีกนัยความหมายนึงของรูปแบบนี้ ถ้าแท่งเทียนล่าสุดคลุมแท่งเทียนก่อนหน้าทั้งหมด ถ้าราคาปิด (Close) และเปิด (Open) คลุมแท่งเทียนราคาปิดและเปิดก่อนหน้าทั้งหมด และปิดบวก แสดงถึง ฝั่งซื้อมีกำลังมากกว่า แต่ถ้าราคาปิดลบครุมแท่งก่อนหน้าทั้งหมด แสดงถึงฝั่งขายมีกำลังมากกว่า

  • Pin bar:

ลักษณะไส้เทียน ยาวๆ ออกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง และราคาอยู่ตรงข้ามกับฝั่งนั้น ถ้าเป็นลักษณะไส้เทียนยาวๆออกด้านล่าง และราคาปิดอยู่บริเวณด้านบนเป็นลักษณะ Bullish pin bar แสดงถึงระหว่างวันเกิดแรงขาย แต่สุดท้ายก็มาแรงซื้อกลับเข้ามา ในทางตรงกันข้าม ถ้าเป็นลักษณะไส้เทียนยาวๆขึ้นด้านบน และราคาปิดอยู่บริเวณด้านล่างของแท่งเป็นลักษณะ Bearish pin bar แสดงถึงระหว่างวันแรงซื้อพยายามดันราคาขึ้นไป แต่สุดท้ายก็เกิดแรงขายที่รุนแรงกว่าดันราคากลับลงมา

การเคลื่อนไหวของราคาใน Forex คืออะไรตอนที่ 1
หน้าตาของ Price action

ดี๋ยวเรามาดูวิธีการใช้ Price action ในการเทรดในบทความ Price action ใน Forex ตอนที่ 2

 

Writer / SEO

Krisorn Himmapan หัวหน้านักเขียนประจำ และทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ forexthai.in.th ประสบการณ์ในวงการ Forex กว่า 12 ปี (เริ่มเทรดเมื่อ ปี 2007 ปี) อดีตพนักงานบริษัทที่ใฝ่หา “ความสำเร็จ” จึงลาออกจากงานประจำเข้าสู่วงการ Forex ปัจจุบันเทรด Forex เป็นอาชีพหลัก โดยกลยุทธ์หลักจะเน้นรันเทรนระยะยาว
 

ทีมงาน: forexthai.in.th

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments