การเทรด Martingale ปกติแล้วจะเทรดด้วย EA เท่านั้น แต่ว่าวันนี้เรานำเสนอระบบที่ต่างออกไป เนื่องจาก Martingale นั้นเป็นระบบที่เรารู้ล่วงหน้าว่าจะเข้าเทรดที่ไหน ดังนั้น การส่งคำสั่งจึงสามารถส่งด้วยระบบ Manual ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ EA แต่อย่างใด ระบบเทรด Martingale ที่นำเสนอในวันนี้จะไม่ใช่ระบบ Grid ซึ่งไม่มีความยืดหยุ่น แต่ระบบ Martingale ที่ดีต้องมีความผันแปรตามความผันผวนของราคา ซึ่งการออกแบบ แบบนี้ยังไม่ค่อยเห็นใครที่ใช้ระบบแบบนี้มากเท่าไหร่ เรามาดูรายละเอียดเนื้อหากันได้ในบทความนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

ระบบนี้เป็นระบบ Martingale ซึ่งเดิมทีเรามักจะนิยมใช้ EA เข้ามาเทรด อย่างไรก็ตาม การใช้ EA และการเทรดโดยใช้ มือ มีความแตกต่างข้อดีและข้อเสีย ข้อดีของ EA มีอยู่อย่างเดียว คือ ทำงานแทนเราตลอดเวลาไม่หลับไม่นอน เท่านั้น ข้อเสียของ EA ชัดเจนเลยก็คือ ทำงานเป็นหุ่นยนต์เงื่อนไขไม่ยืดหยุ่น และเถรตรงเกินไป โดยที่ไม่ให้ความยืดหยุ่นกับสถานการณ์ สถานการณ์เทรนด์ต้องเทรดอีกแบบหนึ่ง สถานการณ์ Sideway ต้องเทรดอีกแบบหนึ่ง ขณะที่สถานการณ์การกราฟเคลื่อนไหวแรงก็ควรจัดการอีกแบบหนึ่ง ซึ่งการเทรด EA ก็จะเผชิญข้อจำกัดเหล่านี้

ในระบบ Martingale นี้เป็น Martingale ทีเทรดมือ โดยนำเสนอสถานการณ์ที่ยืดหยุ่นและประยุกต์ใช้กับการเทรด ได้จริง สามารถทำกำไรได้ จริงแล้วๆ ระบบเทรดใดก็สามารถทำกำไรได้ถ้าหากว่าเทรดเดอร์ สามารถทำตามเงื่อนไขที่ตัวเองกำหนดในการสร้างระบบเทรด แต่อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของการเทรดมือก็ยังมีข้อดีตรงที่ยืดหยุ่นกว่า EA นั่นแหละครับ

Indicator ที่ใช้

สำหรับ indicator ที่ใช้ในระบบเทรด Martingale มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น นั่นคือ Bollinger Band ให้สัญญาณ นั่นเพราะว่า Bollinger Band นั้นสามารถปรับระดับความผันผวนได้แตกต่างกัน โดยระดับความผันผวนที่เราใส่เข้าไปจะทำให้ หน้าจอของเราปรากฏ Bollinger Band จำนวน 4-5 ตัวด้วยกัน มันคือระดับที่ใช้เพื่อการเข้าเทรด โดยสามารถดูได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ระบบเทรด Martingale แบบ Manual
ราคาที่แตกต่างกันเนื่องจากการใส่ค่า Bollinger Band ที่แตกต่างกัน

จากภาพจะเห็นว่าเกิดระดับราคาที่แตกต่างกันเนื่องจากการใส่ค่า Bollinger Band ที่แตกต่างกัน โดยการตั้งค่าที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้

ระบบเทรด Martingale แบบ Manual
การตั้งค่า Bollinger Band

โดยค่าเริ่มต้นปกติของ Bollinger Band เท่ากับ Deviation 2 ในกราฟข้างต้นเราใส่เข้าไป 4 เส้นนั่นคือ Deviation 2, 3, 4 ,5 ตามลำดับ

เงื่อนไขการเข้าเทรด

สำหรับเงื่อนไขการเทรดนั้น การชนเส้น Bollinger Band ด้านบน คือ การเคลื่อนไหวขึ้นนั้นจะส่งคำสั่ง Sell เพราะการเทรดเป็นแบบสวนเทรนด์นั่นเอง และเมื่อมันต่ำกว่าเส้น Band ล่างเราจะส่งคำสั่ง Buy ตามลำดับของเส้นดังต่อไปนี้

ระบบเทรด Martingale แบบ Manual

การใช้ Lot Martingale สมมุติว่า Lot แรกเท่ากับ 1 Lot Micro Lot ที่ 2 เราจะทำการเพิ่มให้เป็นสัดส่วน 1.5 เท่า โดยไม่ถึง 2 เท่า ทำให้ Lot ถัด ๆ ไปเท่ากับ

1.ไม้ที่         1  Lot = 1

2.ไม้ที่         2 Lot = 1.5

3.ไม้ที่         3 Lot = 2.25

4.ไม้ที่         4 Lot = 3.37

เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การกำหนด Lot นั้นเทรดเดอร์สามารกำหนด Lot ได้เองเลย

เทคนิคอื่นๆ เพิ่มเติมสำหรับการเทรด โดยเทรดเดอร์สามารถใช้การ Buy Limit หรือ Sell Limit ในการส่งคำสั่ง ทำให้ไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอและปล่อยให้มันทำงานอัติโนมัตได้เลย แต่ก็ต้องขยันในการปรับ Buy Limit และ Sell Limit เพราะว่า ราคาของเส้นนั้นเปลี่ยนไปมาตลอดเวลา

เงื่อนไขการออกจากการเทรด

สำหรับเงื่อนไขของการออกจากการเทรด นั้นมี 2 แบบ กรณีที่ขาดทุนกับกรณีที่กำไร เราสามารถเลือกได้ 2 แบบคือ การไม่ใช้ Stop loss ซึ่งแน่นอนว่า การเบิ้ลทุกระยะจึงไม่ใช่คำตอบที่ดี การเพิ่มระยะให้มากขึ้นจึงอาจจะช่วยได้ กรณีที่ไม่ต้องตั้ง Stop loss โดยการเพิ่ม Bollinger Band จากเดิมที เราใช้ Deviation 2,3,4,5 เราอาจจะเปลี่ยนเป็น 2,4,6,8 เป็นต้น เนื่องจากราคาจะแตะเส้นเหล่านี้ยากมาก

 Review Broker Forex

วิเคราะห์ วิจารย์ ข้อดี-ข้อเสีย ข้อมูลจากการเทรดด้วยบัญชีจริง โดยทีมงานหลายคน ...

อ่านรีวิวโบรกเกอร์

ขณะเดียวกัน ถ้าหากเราจะปิดโดยการตั้ง Stop loss เช่น ชนไม้สุดท้ายแล้ว Cut loss หรือต่ำกว่านั้นอีก 10 จุดก็ทำได้เช่นกัน แต่ว่าเวลาขาดทุนจะขาดทุนจำนวนมาก

สำหรับการทำกำไรนั้น เราสามารถตั้งกำไรได้ โดยถ้าหากทำกำไรได้เป็นกี่ % ของพอร์ทเราก็จะออกจากออเดอร์ เป็นต้น เช่น 3 % ของพอร์ทเราจะปิดทำกำไรทั้งหมด หรือทำการลาก Take Profit ของแต่ละออเดอร์ที่เปิดไปไว้ที่ราคาคาดว่าจะเคลื่อนไหวไปถึงเป็นต้น

จุดอ่อนของระบบ

จุดอ่อนของระบบนี้มีข้อเดียว แต่เป็นข้อที่สำคัญและส่งผลรุนแรงต่อพอร์ทเป็นอย่างมาก เนื่องจากการส่งแบบ Martingale ทำให้สร้างความเสียหายได้อย่างรุนแรงกรณีขาดทุน ดังนั้นนี่เป็นจุดอ่อนที่สำคัญที่เทรดเดอร์ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเทรดนี้

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเทรดเดอร์สามารถบริหารจังหวะได้อย่างยอดเยี่ยมจะสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก


Editor / web master

Nakrob Seareechon เป็น CEO ของเว็บไซต์ forexthai.in.th และเป็นนักเขียนร่วม ในบทความภายในเว็บไซต์ เข้าสู่ตลาด Forex ตั้งแต่ปี 2014 ผู้มีชีวิตที่โลดโผน จากลูกเกษตรกรในชนบท จบ ป.โท สายสุขภาพ อดีตข้าราชการ มีความฝันที่จะ มีรายได้อย่างยั่งยืนเฉลี่ยเดือนละ 5 ล้านบาทภายใน 10 ปี (2029)  

Writer / SEO

Krisorn Himmapan หัวหน้านักเขียนประจำ และทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ forexthai.in.th ประสบการณ์ในวงการ Forex กว่า 12 ปี (เริ่มเทรดเมื่อ ปี 2007 ปี) อดีตพนักงานบริษัทที่ใฝ่หา “ความสำเร็จ” จึงลาออกจากงานประจำเข้าสู่วงการ Forex ปัจจุบันเทรด Forex เป็นอาชีพหลัก โดยกลยุทธ์หลักจะเน้นรันเทรนระยะยาว
 

ทีมงาน: forexthai.in.th

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments