ระบบเทรดส่วนใหญ่นั้นจะต้องแลกกันระหว่าง ความแม่นยำกับจำนวนการเทรด นั่นคือ การเทรดให้แม่นยำจะต้องเทรดไม่บ่อย และระบบนี้ก็เช่นกัน ระบบเทรดความน่าจะเป็นสูง คือระบบที่ใช้สำหรับการเทรดในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวและมีทิศทางแน่นอนแล้วเท่านั้น สำหรับการเคลื่อนไหวที่ไม่มีทิศทางชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงการเทรดมากกว่า โดยเราต้องยอมสละรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนเหล่านี้ไป สำหรับรายละเอียดมากกว่านี้ สามารถอ่านได้ในบทความนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

สำหรับระบบ High Probability Trading เป็นระบบเน้นความแม่นยำในการเทรด ซึ่งจะให้ Win percent ที่สูงและ Risk Reward และสูง โดยใช้ indicator เพียง 2 ประเภทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ระบบเทรดแบบนี้ต้องพึ่งพาความสามารถของเทรดเดอร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องการวินัยในการเทรดที่สูง และทักษะในการวิเคราะห์ ดังนั้น ระบบนี้ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่แน่นอน แต่ถึงจะแม่นยำเพียงใด ระบบก็ยังต้องการ Stop loss เพื่อที่จะป้องกันพอร์ทจากสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ด้วย

เครื่องมือที่ใช้ในการส่งคำสั่ง

สำหรับเครื่องมือสำหรับการส่งคำสั่งมีเพียงสองตัว คือ  Equidistance Channel และ RSI โดยที่ Equidistance Channel เป็นเครื่องมือหลักในการให้สัญญาณเทรด โดยมีภาพประกอบดังต่อไปนี้

สำหรับการตั้งค่า RSI นั้นใช้ค่า RSI 4 และ Equidistance เท่านั้น

ภาพแสดงเครื่องมือสำหรับการส่งคำสั่ง ได้แก่ Equidistance Channel และ RSI

เงื่อนไขที่ใช้ในการส่งคำสั่ง

การส่งคำสั่งระบบเทรดที่อาศัยความน่าจะเป็น สิ่งหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะคือ การตีเส้น Equidistance  เพราะว่าแม้จะใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่การตีเส้นนั้นแตกต่างกัน บางคนอาจจะมองเห็นภาพเทรนด์ที่แตกต่างกัน ทำให้การส่งคำสั่งนั้นแตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อการตั้ง Stop loss และ Take Profit ของแต่ละคน

สำหรับการส่งคำสั่ง Buy และ Sell ของระบบนี้ จะต้องส่งคำสั่งตามกรอบของ Equidistance เป็นสัญญาณหลัก และใช้สัญญาณ รองจาก RSI โดยมีเงื่อนไขสำหรับการส่ง Buy และ Sell ดังนี้

บทความแนะนำสำหรับผู้เริ่มเทรด Forex 

เงื่อนไขการส่ง Buy

  1. เมื่อ Equidistance เฉียงขึ้นเท่านั้น
  2. เมื่อ RSI อยู่ในโซน Oversold

เงื่อนไขการส่ง Sell

  1. เมื่อ Equidistance เฉียงลงเท่านั้น
  2. เมื่อ RSI อยู่ในโซน Overbought

สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยที่สำคัญ คือ RSI ควรตั้งค่าให้อยู่ใน Zone Overbought และ Oversold ที่ระดับ 80 และ 20 เปอร์เซ็นต์

นอกจากเงื่อนไขดังกล่าว ยังมีการตั้ง Stop loss โดยทั่วไป ควรจะเท่ากับ 1/3 เท่าของระยะความกว้างของ Equidistance โดยการวัดระยะความกว้างของ Equidistance แล้วนำมาหาร 3 จะได้ระยะ pip ในการตั้ง Stop loss แต่ถ้าหากคิดว่าจังหวะไหนที่ระบบไม่มีความแม่นยำ อาจจะเกิดการแกว่งตัวสูงอาจจะขยาย Stop loss ออกไป โดยตัวอย่างการส่งคำสั่งตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นแสดงในภาพต่อไปนี้

ภาพแสดงจุดสัญญาณที่เหมาะสมในการเข้า Sell (วงกลมสีแดง) ในขณะที่วงกลมสีฟ้า คือ จุดสัญญาณที่เหมาะสมในการออร์เดอร์ Buy

จากภาพข้างต้นจะเห็นว่า วงกลมสีแดงแทนสัญญาณ Sell เมื่อ Equidistance เฉียงลง และเราจะไม่ใช่ RSI ในการยืนยันการออกจากการเทรด หรือ Take Profit เราจะใช้ สัญญาณจาก Equidistance เท่านั้น

ภาพแสดงระดับ Oversold ของ Equidistance โดย วงกลมสีห้า หมายถึง จุดออก

ในภาพที่ 3 คือ ตัวอย่างของเทรนด์ขาขึ้น โดยจะเข้าที่ระดับ Oversold ของ Equidistance เป็นตัวหลักและ RSI อยู่ใน Zone Oversold โดยจุดออกคือ วงกลมสีฟ้า คือ จะทำกำไร ตั้งไว้ที่แนวเส้น Equidistance ซึ่งจะสามารถทำกำไรได้แน่นอน

การออกจากการเทรด

สำหรับการออกจากการเทรด มีการออกจากการเทรด อยู่ 2 รูปแบบ คือ การออกโดยคำสั่งที่ส่งไว้ก่อนหน้า ได้แก่ คำสั่ง Take Profit และคำสั่ง Stop loss อย่างไรก็ตาม บางครั้งจะเห็นว่า จะมีจังหวะที่กราฟไม่ได้เคลื่อนไหวไปชนออเดอร์ทั้ง 2 ออเดอร์ ซึ่งเทรดเดอร์จะต้องทำการปิดมือ โดยอาจจะยอมได้กำไรน้อยหน่อยแล้วไปหาจังหวะเปิดกับออเดอร์ใหม่ด้านหน้า

การที่เราอมออเดอร์ไว้ไม่ยอมปิดจะต้องเผชิญกับภาวะอารมณ์ของเทรดเดอร์ แม้ว่าจะมี Stop loss และ Take Profit กั้นไว้ก็ตาม แต่เทรดเดอร์จะมาคาดหวังให้มันชน Take Profit ไม่ได้ ซึ่งสิ่งที่ควรจะทำจริง ๆ คือ การปิดออเดอร์ไปตามจังหวะ

 Review Broker Forex

วิเคราะห์ วิจารย์ ข้อดี-ข้อเสีย ข้อมูลจากการเทรดด้วยบัญชีจริง โดยทีมงานหลายคน ...

อ่านรีวิวโบรกเกอร์

จุดอ่อนของระบบ

ระบบนี้ให้กำไรต่อความเสี่ยงที่สูง และได้ Stop loss ที่ต่ำเมื่อเทียบกับ Take Profit แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับการเทรดคือ การตีเส้น อย่างที่ได้กล่าวไว้ เพราะว่า การตีเส้นของเทรดเดอร์แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับมุมมองของเทรดเดอร์

นอกจากนี้ปัญหาใหญ่ของการเทรดระบบนี้ คือ จุดกลับตัวที่เราไม่สามารถทราบได้เลยว่า เมื่อไหร่จะเกิดจุดกลับตัวเกิดขึ้น ดังนั้น ในการเทรดระบบเช่นนี้ จะต้องมี Stop loss เพื่อป้องกันจุดกลับตัวไม่พึงประสงค์แล้วราคาเคลื่อนไหวไปรุนแรงมากจนส่งผลต่อพอร์ทลงทุนได้อย่างมหาศาล


Editor / web master

Nakrob Seareechon เป็น CEO ของเว็บไซต์ forexthai.in.th และเป็นนักเขียนร่วม ในบทความภายในเว็บไซต์ เข้าสู่ตลาด Forex ตั้งแต่ปี 2014 ผู้มีชีวิตที่โลดโผน จากลูกเกษตรกรในชนบท จบ ป.โท สายสุขภาพ อดีตข้าราชการ มีความฝันที่จะ มีรายได้อย่างยั่งยืนเฉลี่ยเดือนละ 5 ล้านบาทภายใน 10 ปี (2029)  

Writer / SEO

Krisorn Himmapan หัวหน้านักเขียนประจำ และทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ forexthai.in.th ประสบการณ์ในวงการ Forex กว่า 12 ปี (เริ่มเทรดเมื่อ ปี 2007 ปี) อดีตพนักงานบริษัทที่ใฝ่หา “ความสำเร็จ” จึงลาออกจากงานประจำเข้าสู่วงการ Forex ปัจจุบันเทรด Forex เป็นอาชีพหลัก โดยกลยุทธ์หลักจะเน้นรันเทรนระยะยาว
 

ทีมงาน: forexthai.in.th

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments