ในการเทรดสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรดนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การได้กำไรที่ให้ความเสี่ยงต่ำที่สุดนั้นเอง ค่า Risk Reward สูงโดยการได้ค่าผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีนั้น ทำให้เราสร้างโอกาสในการกำไรได้สูงซึ่งเทคนิคที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการใช้เส้น Moving Average เพราะว่าการใช้ Moving Average นั้นเป็นการวิเคราะห์โดยใช้เทรนด์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือเทคนิคที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ เรื่องเทคนิค Golden Cross

เทคนิค Golden Cross ก็เป็นสัญญาณการวิเคราะห์ทางเทคนิคประเภทหนึ่งเป็นการตัดกันของเส้น Moving Average ซึ่งหลายเทคนิคก็อาจจะใช้เส้น Moving Average ที่แตกต่างกัน เช่น EMA SMA WMA ก็แล้วแต่คนจะถนัด

คำว่า Golden Cross เป็นคำศัพท์ที่ใช้เฉพาะการเทรดขาขึ้นเท่านั้น สำหรับขาลง เรียกว่า Dead Cross ที่มาของชื่อเพราะว่า หลักการนี้พัฒนามาจากการเทรดหุ้นซึ่งสามารถส่ง position ทำกำไรได้เพียงขาขึ้นเท่านั้น โดยที่ยังไม่มีการอนุญาตให้ทำการ Short sell และตอนขาลงของตลาดหุ้นจะเรียกว่า Death Cross (คืออย่าไปเทรดในส่วนนี้นั้นเอง)

Golden Cross คือ สัญญาณ Bullish ราคาเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น: เทรดเดอร์มืออาชีพหลายท่านได้ใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการยืนยันทิศทางของแนวโน้ม เพื่อกำหนดฝั่งในการเทรดว่าเราควรจะอยู่ฝั่งไหน ถ้าแนวโน้มขึ้น จะอยู่ฝั่ง Long และถ้าแนวโน้มลงจะอยู่ฝั่ง Short โดยเส้นค่าเฉลี่ยที่ใช้ในการกรองแนวโน้มนั้นก็มักใช้เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว และที่นิยมมากจะใช้เส้นค่าเฉลี่ย 50 และ 200 วันในการดูทิศทาง

โดยปกติถ้าเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ตัด 200 ขึ้น ที่เรียกกันว่า Golden Cross ซึ่งจะเป็นสัญญาณ Bullish ราคาเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น เทรดเดอร์ก็ควรอยู่ฝั่ง Long (ในทางตรงกันข้าม ถ้าเส้น 50 วัน ตัดเส้น 200 วันลง ก็เป็นสัญญาณ Bearish ราคาเข้าสู่แนวโน้มขาลง เทรดเดอร์ก็ควรอยู่ฝั่ง Short)

Golden Cross คืออะไร forex
เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ตัด 200 ขึ้น ที่เรียกกันว่า Golden Cross

และถ้าราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้น 50 วัน และ 200 วันก็แสดงถึงแนวโน้มของขาขึ้น ซึ่งหลายคนนำเส้นค่าเฉลี่ยเป็นจังหวะในการหาจุดจังหวะเข้าเทรดได้เช่นเดียวกัน โดยถ้าราคาย่อตัวลงมาแตะเส้นดังกล่าว เป็นจังหวะเข้าเปิด Long (ในกรณีแนวโน้มขาขึ้น)

Golden Cross คืออะไร forex
USD / CAD

เทรดเดอร์ที่มีความสามารถมักใช้จังหวะย่อตัวของราคาในการเข้าเทรด เพื่อให้ได้ราคาที่ได้เปรียบกว่า อีกทั้งมีความเสี่ยงน้อยกว่า สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเรานำหลักการของเส้นค่าเฉลี่ยนี้ ไปประกอบการใช้เครื่องมืออื่นๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น แนวรับ แนวต้าน , Price action , รูปแบบแท่งเทียนหรือกระทั่ง Indicator ต่างๆ มาประกอบการเทรด นั้นคือ จุดชัดเจนที่เราจะเห็นโอกาส การชนะในการเทรดและทำกำไรได้มากขึ้นด้วย

ข้อควรระวังของ Golden Cross

ถ้าไม่สังเกตุให้ดีจะเห็นได้ว่า ก็แค่ MA ตัดกันของ 2 เส้นเท่านั้น แต่เบื้องลึกศาสตร์ของมันค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร  เนื่องจากบ่อยครั้งเราไม่รู้หรอกว่า การตัดขึ้น – ตัดลง ของเส้น จะเป็นเทรนด์จริงหรือไม่ จึงต้องควรศึกษาเรื่องของสัญญาณหลอกของ Golden Cross ไว้ด้วย ดังรูปต่อไปนี้

กากบาทสีทอง
ตัวอย่าง golden cross หลอก

ในภาพจะเห็นว่า หลังจากเกิด Dead Cross มีแนวโน้มว่าราคาจะขึ้นอีก ซึ่งท้ายที่สุดมันก็ไม่ขึ้น นี่แหละครับ ความยากของมัน ที่ไม่สามารถกำหนดอะไรได้ มีคำถามแล้วทำอย่างไร? ในเบื้องต้น อาจจะแนะนำให้ตั้ง Stop loss ซึ่งก็คงจะช่วยไม่ได้มากนัก เพราะว่าตั้ง Stop loss แค่ช่วยไม่ให้โดย ล้างพอร์ท

แต่ว่าก็พอมีวิธีช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นไปได้ ในการวิเคราะห์ที่ดีอยู่ เช่น เรื่องของการใช้ เส้น Momentum คือ เส้น MA ที่ช้ากว่า จากที่เห็นจะมีเส้นสีฟ้า ที่จะคอยบอกว่า ถ้ามันเริ่มเอียงขึ้นราคาอยู่ห่างจากเส้น MA มาก มันมีแนวโน้มจะกลับตัว อย่าเพิ่งเข้าเทรด จะเห็นว่าราคาอยู่ห่างจากเส้น MA สีแดงมาก การขึ้นเร็วของมันทำให้เกิดการกลับตัวได้

หรือ!!! อีกวิธีหนึ่ง คือ การเพิ่มเส้น MA ที่ Slow อีกหน่อย ช้ากว่าสีแดง แต่ก็เร็วกว่าสีฟ้า ใช้ในการช่วยตัดสินใจ เพื่อป้องกันสัญญาณหลอกนั่นก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกัน แต่ว่าก็ต้องไม่ลืมการตั้ง Stop loss เพราะจำเป็นที่จะช่วยรักษาพอร์ทของเราไว้ไม่ให้โดนล้างพอร์ท และที่สำคัญสุด เทรดเดอร์ก็ต้องเรียนรู้การตั้ง Stop loss ที่ถูกวิธีด้วยครับ

 

Writer / SEO

Krisorn Himmapan หัวหน้านักเขียนประจำ และทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ forexthai.in.th ประสบการณ์ในวงการ Forex กว่า 12 ปี (เริ่มเทรดเมื่อ ปี 2007 ปี) อดีตพนักงานบริษัทที่ใฝ่หา “ความสำเร็จ” จึงลาออกจากงานประจำเข้าสู่วงการ Forex ปัจจุบันเทรด Forex เป็นอาชีพหลัก โดยกลยุทธ์หลักจะเน้นรันเทรนระยะยาว
 

ทีมงาน: forexthai.in.th

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments