Category Archives: กลยุทธ์เทรด

กลยุทธ และเทคนิคการ Trade Forex จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ ทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อให้คุณได้ศึกษา และประยุกต์ใช้เป็นแนวทางของตนเอง

ตามล่า หา PinBar

pinber

PinBar จัดเป็นรูปแบบการเทรดใน Price อีกรูปแบบที่ถือว่ามีประสิทธิภาพและความแม่นยำในการเปิด ออร์เดอร์ พอสมควรครับ โดยคำว่า “Pin” นั้นย่อมาจากคำว่า “Pinocchio” ครับ ซึ่งเราน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง เรื่องนิทานของหุ่นเชิดน้อยที่ชอบโกหก ดังนั้นรูปแบบแท่งเทียน “Pin Bar” ที่จะพูดถึงต่อไปนี้ คือ “Reversal Pattern” ที่แสดงถึงระดับราคาหรือจุดราคาหนึ่งของตลาดที่เกิดการ เปลี่ยนทิศทาง ลักษณะเฉพาะของ PinBar ด้วยแท่งเทียน “Pin Bar” นั้นจะประกอบไปด้วย “หางยาว” ด้านบนหรือด้านล่าง … ซึ่งหางยาวที่เหมือนกับจมูกของ Pinocchio นั่นแหล่ะคือการแสดงถึงการ Reject หรือ False Break (Fakey) ณ ระดับราคาสำคัญๆ บริเวณระหว่างราคา “เปิด” และ “ปิด” ของแท่งเทียนเราเรียกว่า “Body” โดยปกติจะเป็นสีขาว (หรือเขียว) สำหรับแท่งเทียนที่ราคาปิดสูงกว่าเปิด และจะเป็นสีดำ(หรือแดง) สำหรับแท่งเทียนราคาปิดตำกว่าเปิด “Body” ของแท่ง Pin … [อ่านต่อ คลิก]

GBP/JPY ทลายแนวรับ

GBP/JPY จัดได้ว่าเป็นคู่เงินที่มีการเหวี่ยง การแกว่งตัวในขั้นมาก ถึงมากที่สุด ชนิดแบบว่า ดิ่งทะลุโลก พุ่งทะลุชั้นบรรยากาศ  ก่อนอื่นมาดูความหมายของการจับคู่ระหว่างเงิน GBP  กับเงิน  JPY การเปรียบเทียบกันระหว่าง สกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงกับสกุลเงินเยน โดย GBP เป็นสกุลเงินหลัก แล้ว JPY เป็นสกุลเงินอันดับที่สอง โดยคู่ GBP/JPY  หมายถึงว่าเราต้องนำเงินสกุล JPY  เพื่อไปซื้อสกุลเงิน GBP Download EA Click!! รูปแบบการขึ้นลงของกราฟ หลักการและเหตุผล  รูปแบบของการขึ้นลงของคู่เงินคือการแข็งค่าหรืออ่อนค่าของสกุลเงินเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ถ้าหากว่าสกุลเงิน GBP แข็งค่า แล้ว JPY อ่อนค่า จะส่งผลให้คู่เงิน GBP/JPY นั้นก็สูงขึ้น ถ้าหากว่าสกุลเงิน GBP อ่อนค่า แล้ว JPY แข็งค่า จะส่งผลให้คู่เงิน GBP/JPY นั้นก็จะต่ำลง ถ้าหากว่าสกุลเงิน GBP แข็งค่า แล้ว JPY ปกติ … [อ่านต่อ คลิก]

Currency Strength Meter จับคู่ความแรงของค่าเงิน

       Currency Strength Meter คือ ตัววัดค่าความอ่อน-แข็งค่าสกุลเงิน จะสามารถช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ากราฟ (ราคา) ของหุ้น Forex จะมีราคาไปในทิศทางใด ถึงแม้ว่า การจับคู่ความแข็งแกร่งของค่าเงินนั้น เราจะเลือกมาถูกคู่แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ยังคงต้องระวัง ก็คือ เรื่องของข่าวสารตัวเลขเศรษฐกิจที่จะมีผลทำให้ความแข็งแกร่งนั้นเปลี่ยนแปลงไปด้วยนะครับ อีกทั้งกราฟราคายังขึ้นอยู่กับ ปัจจัยของความต้องการซื้อขายทั่วโลกด้วย        Currency Strength Meter ที่นำมาเสนอในบทความนี้ จะเป็น indicator ที่นำมาใช้วัดค่าความแข็งของคู่เงิน และ เว็บที่บอกค่าความแข็งของค่าเงินครับ โดยรวบรวมมาในจำนวนที่พอสมควร มาดูตัวแรกกันเลย .. 1.Currency Strength Indicator โดย Currency Strength Indicator ตัวนี้ จะใช้ค่าจาก Moving Averages และ ADX เพื่อกำหนดค่าและยืนยันความอ่อน-แข็งค่าของสกุลเงิน โดยตัววัดค่าความอ่อน-แข็งค่าสกุลเงินจะอ่านจากทุกคู่สกุลเงินใน forex ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและใช้การคำนวณราคาของแต่ละสกุลเงิน … [อ่านต่อ คลิก]

Price structure และ มุมมองเทรดเดอร์

เมื่อเทรดเดอร์เปิดร้านขายของที่จะขายให้กับมุมที่มองเห็นได้จากมุมมองของนักการตลาดหรือระดับสำคัญหรือ Fibo retracement ของการกระตุ้นแรงดึงหรือแผนภูมิแผนภูมิ pattterns ที่ เหล่าเทรดเดอร์รู้จักกันดีดีน่าจะเป็นหัวไหล่

การวิเคราะห์แบบ Multi-timeframe

การวิเคราะห์แบบ Multi-time frame: ถ้าเราทำการซื้อขายด้วยแผนภูมิราคาเป็นหลักหรือเราเชื่อว่าถ้าเราอ่านเราก็สามารถทำการซื้อขายได้โดยไม่ต้องใช้ข้อมูล การรู้ราคา – เข้าใจตลาดรู้ว่านักการค้าต่าง ๆ และสามารถอ่านกราฟราคาเป็นสิ่งที่จำเป็น เช่นเราคา – ลดจำนวนระหว่างออเดอร์ขายและซื้อเพิ่มไปในตลาดเพิ่มสภาพคล่องสั่งซื้อทางตลาดหรือออเดอร์ตลาดที่มาจากการออกจากตลาดเช่น Stop loss เพื่อลบจำนวนสภาพคล่องเข้าใจหลักมุมมองตลาดต่างๆเช่นการสนับสนุน / การต่อต้าน, อุปสงค์ / อุปทาน, Fibo, การเคลื่อนไหวของราคาการทำกำไรและหยุดการขาดทุน การวิเคราะห์จุดที่มองผ่านช่วงเวลา 2-3 เฟรมจะทำให้คุณเห็นโครงสร้างราคาที่เกิดขึ้นและกำลังจะให้ข้อมูลอะไรเลยและจะทำให้คุณรู้สึกอย่างไร มองจากชาร์ตเปล่าอย่างไร ถ้าหากเป็นผู้ซื้อขายรายวันเราอาจจะมองเห็นภาพรวมหรือจุดต่าง ๆ ของ D1 และ H4 เป็นหลักเราจะมองหาชาร์ต W1 ที่มีอยู่เราจะหารายละเอียดของจุดที่เรามองหาหรือหาโครงสร้างออเดอร์ผ่าน กราฟราคาที่ชาร์ต H1 หรือ M30 เพื่อหาจุดที่ชัดเจนของ D1 แล้วการประดิษฐ์หาจุดเข้า – ออกที่ชารต M15 / M5 เราก็จะได้ภาพที่ชัดเจนขึ้นมาแนะนำให้ใช้ 2-3 ชาร์ต การวิเคราะห์แบบหลายช่วงเวลาทำให้คุณไม่หลงทางและหาจังหวะการยิงที่ได้มาเพราะเห็นโครงสร้างราคาที่เกิดขึ้นหลายมิติโดยเห็นภาพรวมและเห็นจุดเคลื่อนไหวรายละเอียดในกรอบเวลาย่อย การมองหาจุดเทรดจาก Supply/Deman, Support/Resistance หรือ … [อ่านต่อ คลิก]

Dow Theory รู้เพื่อรู้ทันก่อนเปิดเทรด

             ทฤษฏีดาว หรือ Dow Theory น่าจะเป็นหลักการเทรดที่มีอิทธพลต่อการเรียนของเทรดเดอร์มากสุด เพราะเรื่องของเทรนถือว่าเป็นการทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาเป็นอย่าไรและค่อยหาโอกาสที่จะเทรด ไม่ว่าจะเป็นการเทรดตามเทรนหรือการเทรดสวนเทรน ขึ้นกับว่าเทรนที่กำหนดเป็นอย่างไร เทรนตามหลักการ Dow Theory ทฤษฏีดาว แบ่งการกำหนดเทรนออกเป็น 3 คือ Primary Trend, Intermediate Trend และ Minor Trend  โดยที่เทรนหลักหรือ Primary Trend เทรนหลักหรือแนวโน้มใหญ่ เป็นการมองจากชาร์ตวันเป็นหลักจะเป็น 200 วันขึ้นไป Intermediate Trend หรือเทรนแนวโน้มระยะกลาง รองมาจากเทรนหลักก็จะเป็นการมองการเคลื่อนไหวจาก 3 สัปดาห์ จนถึงหลายเดือน และสุดท้าย Minor trend หรือเทรนระยะสั้น ก็จะเห็นการมองเทรนที่เป็นวันและไม่เกิน 3 สัปดาห์  รูปแบบการกำหนดเทรนก็แบบเดียวกัน ต่างกันที่ระยะเวลาที่ใช้ในการกำหนดเทรนว่ามองที่เทรนไหน หลักการมองเทรน ถ้าจำได้เรื่องการพัฒนาการ swing highs/lows … [อ่านต่อ คลิก]

การกำหนด SL และ TP

SL TP

เมื่อเปิดเทรดสิ่งทีต้องทำตามมาคือการกำหนด Stop Loss หรือ SL เพื่อจำกัดความเสี่ยงเพราะเรื่องการเทรดเป็นเรื่องของความเป็นไปได้ เปิดเทรดเมื่อเห็นว่าความเป็นไปได้ทางที่เปิดเทรดมากกว่าอีกข้าง ยิ่งมาก ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ถ้าราคาหลังจากเปิดเทรดเมื่อวิ่งเข้าทางที่เปิดเทรด การดูว่าจะปิดกำไร Take Profit หรือ TP ตรงไหนก็สำคัญพอๆ กับการรู้ว่าจะจำกัดความเสี่ยงตรงไหน SL และ TP เป็นเรื่องของ Risk:Reward เมื่อเปิดเทรดทุกครั้ง จากที่เรียนมา ก็จะตามด้วย หรือกำหนดพร้อมกับเปิดเทรดเลย คือการกำหนดจุดจำกัดความเสี่ยง Stop Loss (SL ) แต่ละออเดอร์ที่เปิด และกำหนดจุดกำไรหรือ take profit (TP) เพื่อปิดสะสมกำไรเพิ่ม เช่นอย่างภาพแรก การกำหนด stop loss เมื่อเปิดเทรด sell และการกำหนด SL ที่เลข 1 เป็นการที่ราคายังไม่ได้กำไร ราคาอาจเด้งขึ้นไป ถ้าถึงก็เป็นการจำกัดความเสี่ยงออเดอร์นี้ที่เท่านั้น แต่ทางตรงข้าม เมื่อราคาได้วิ่งลงมาตามที่ท่านเปิดเทรด เช่นลงมาถึงจุดที่วงกลมไว้ แล้วท่านลาก … [อ่านต่อ คลิก]

ก้าวผ่าน ด่าน  Sideway

ก้าวผ่านด่านSideway: จากการที่ได้รับการพิจารณาดูย้อนหลังเราจะพบว่าจังหวะของกราฟต่อ 1 วันมีเพียง 2 – 3 ครั้งเท่านั้นสั่งซื้อจำนวนมากที่จะเข้าสู่วันต่อไปก็จะไม่เกิน 5 – 6 คำสั่งที่นี่ได้ การสั่งซื้อแบบจำนวนมากที่ไม่ถูกต้องด้วยการออกแบบเพื่อการค้าการซื้อขายจำนวนมากไม่ได้มีไว้สำหรับการสั่งซื้อเท่านั้น 6 แท่งต่อวั ถ้าหากเราเทรดกราฟ 15 นาทีก็จะเห็นเป็นดังภาพนี้ จากภาพที่เห็นคู่หูเงิน GBP / JPY ผมคิดว่ามันเป็นคู่ที่เหมือนกัน แต่ก็ยังมี Sideway มาถึง H4 กันแล้วจังหวะของกราฟการขึ้นลงของกราฟ H4 มันมีเพียง 2 – 3 จังหวะไม่ถึง 6 จังหวะไม่ว่ากราฟจะออกทางด้านข้าง แต่พวกคุณจะไม่เห็นกราฟ H4 มี Sideway เกินสองครั้งเท่าที่จะทำได้ไม่ว่าเราจะผิดพลาด แต่ก็ไม่ควรผิดเกิน 2 – 3 คำสั่งต่อ วันลองพิจารณาดูน ครับถ้าเราตั้งใจว่าจะออกคำสั่งเพียงแท่งละ 1- 2 คำสั่งเท่านั้นถ้าถูก ทางกราฟ H4 มันจะต่ำลงหรือสูงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าผิดทางเราก็จะลดการสูญเสียหรือไม่มันก็หยุดการสูญเสียของพวกเราที่จะสั่งซื้อใหม่ได้ก็ต้องรอให้มันหายไป … [อ่านต่อ คลิก]

ประยุกต์ indicator ADX กับมุมมอง order flow

ประยุกต์ indicator

        Average Directional Movement Index หรือ ADX เป็นอินดิเคเตอร์ที่นิยมใช้กันในการเทรดตอนตลาดทำเทรน เพราะ ADX ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ momentum และความแข็งของเทรนว่าเป็นอย่างไรตอนนั้นๆ  บอกได้ว่า ADX เป็นตัวกำหนดความแข็งแรงของเทรนเป็นอย่างไร ทำเทรนหรือ sideway หรือ consolidation ก็จะเปิดเผยโอกาสการเปิดเทรดทั้งตามเทรนและสวนเทรนได้ เมื่อเข้าใจและดูประกอบเรื่องออเดอร์ทำงานอย่างไร ADX อินดิเคเตอร์ กำหนดความแข็งแรงของการเคลื่อนราคา เมื่อดูหลักการเสนอเรื่องการเทรดตามอินดิเคเตอร์ ADX จะเห็นว่าไม่ยากและง่ายต้อการเทรดด้วยและที่สำคัญ ADX เป็นการให้เทรนและเพราะเป็นตัวกำหนดว่าเทรนแข็งพอที่จะเปิดเทรดได้หรือเปล่า ADX ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ เส้น ADX line, เส้น  DI+ และ DI- ทั้ง level ที่นิยมใช้กันใน ADX คือ 25 (บางเทรดเดอร์ใช้ 20 แต่หลักการเดียวกัน) การมองง่าย ให้เส้น … [อ่านต่อ คลิก]

เลือกคู่เงินเทรดตามเวลาเปิดปิดตลาด Forex

เลือกคู่เงินเทรด

         แม้ว่าตลาด Forex จะเปิด 5 วัน  เทรดได้ทั้งวันจนกว่าตลาดปิด แต่การเปิดเทรดไม่ได้หมายความว่าโอกาสความเป็นไปได้จะสูง เพราะคู่เงินที่เปิดเทรดไม่ได้วิ่งตลอดแต่เปิดเทรดได้ตลอด สิ่งที่ต้องการเมื่อจะเทรดแต่ละคู่เงินคือ volatility ที่ต้องเกิดค่อยจะทำให้ราคาวิ่ง  ราคาวิ่งเพราะมีเทรดเดอร์อยากเทรดทำให้ market orders เกินกัน หรือเกิดความไม่สมดุลย์ระหว่างออเดอร์ โอกาสการทำกำไรค่อยเกิดขึ้น ไม่มีเทรดเดอร์ที่เปิดแล้วต้องการให้ราคาวิ่งอยู่ในกรอบแคบๆ เว้นไม่มีทางเลือก ที่จำต้องถือ position ที่เปิดแล้ว แม้ว่าการทำกำไรมาจากการเปิดเทรดเมื่อราคาขึ้นหรือราคาลงถ้าตลาดมีการวิ่ง แต่ก็จะยากที่จะทำกำไรถ้าตลาดไม่ไปไหนหรือวิ่งอยู่ในกรอบที่แคบๆ และนาน ตลาดกำหนดเวลาแต่ละช่วง แต่ละวัน แม้ว่าท่านสามารถเทรดฟอเรกทั้ง 5 วันได้ตลอดก็ตาม แต่เมื่อแบ่งช่วงตลาดการเงินหลักที่ช่วงตลาดเปิดก็จะได้ 4 ช่วงหลักๆ เช่นอย่างข้อมูลจาก forexfactory ที่มีการแบ่งช่วงเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกพร้อมกำหนดเวลาประเทศไทย ก็จะมีช่วง Sydney (04.00-13.00) Tokyo (07.00-16.00) London (14.00-23.00) และ New York (19.00-04.00)   แต่ละตลาดก็จะเกี่ยวกับค่าเงินหลักๆ ก็จะเพิ่ม volatility … [อ่านต่อ คลิก]

TRADE SCALPING คือ อะไร ?

    ตอนนี้ ขอพัก แนว อินดี้ ไว้ก่อน ขอเปลี่ยนแนวมาเขียน ประมาณ รูปแบบการเทรด แนว ๆ เทรดสั้น ๆ โดนลาก เยอะ ๆ เอ๊ย… กำไร เยอะ ๆ เข้าไว ออกไว บวก จิ๊บ ๆ ปิดทันที นี่เลยครับ Scalping แล้ว Scalping คืออะไรล่ะ? ความหมายของการ เทรด Scalping Scalping คือ การเทรดทำกำไรในช่วงสั้นๆ โดยมักจะอยู่ระหว่าง 5-10 pip ต่อการเทรดทำกำไรหนึ่งครั้ง โดยหลักการเทรดแบบนี้มีความเชื่อว่าการแกว่งตัวที่น้อยที่สุดนี้สามารถทำกำไรได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นพวกการเทรด Lot ใหญ่ๆ ซึ่งแม้เพียง 2-5 pip ก็สามารถทำเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็มีความเสี่ยงไม่น้อย ทำไม Scalping จึงเป็นวิธีที่น่าสนใจในการเทรดกันละครับ มาดูกัน … [อ่านต่อ คลิก]

Indicator Arrzzx2 คือ อะไร ?

 ยังวนเวียนอยู่กับ  Indicator ตอนนี้ขอเปลี่ยนมาทดสอบกับหุ้นของอเมริกาบ้าง  เท่าที่รู้มี  Fxpro มีให้เทรดใน  MT4 ,  XM  มีให้เทรดใน MT5  แต่ใช้  Margin ในการเทรดเยอะมาก ไม่รู้ว่าใช้  Levelage เท่าไหร่ไม่น่าเกิน  1:200 ของ  XM  ใช้เปิด  lots  ต่ำสุดคือ  1.0,  FXpro ให้ เปิดขั้นต่ำ 10.0 Lots  ถือว่าเป็นการใช้ ทุนในการเทรด เยอะมาก ( เงินไม่หนาจริง ก็ …. ) แต่เราทดสอบกับ Demo  ส่วนเงินจริงค่อยว่ากัน … (ต่ำๆน่าจะ  500 $  up …)  indicator: Arrzzx2 เทรดโชว์พาว กะ ดาวน์โจ Fxpro จะให้เทรดได้สี่ประเทศ คือ  US, … [อ่านต่อ คลิก]

วิธีการดูทิศทางของแนวโน้ม คือ อะไร ?

วิธีการดูแนวโน้ม forex

การเทรดตามแนวโน้ม (trend) ก็เหมือนการว่ายน้ำตามกระแสน้ำที่ไหล ในขณะที่ทิศทางของแนวโน้มเป็นขาขึ้น คุณจะกล้าสวน Short ไหม? หรือคุณจะเทรดฝั่ง Long เกาะไปตามแนวโน้ม ซึ่งแน่นอนว่าเล่นตามกระแสของแนวโน้มนั้นง่ายกว่า แต่สิ่งที่มือใหม่มักพลาดคือ การเข้าตอนที่แนวโน้มนั้นใกล้จบแล้ว ดังนั้นจึงต้องอาศัยการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการเทรดให้มากที่สุด โดยวิธีการดูทิศทางของแนวโน้มนั้น มีการเคลื่อนไหวของตลาดประกอบด้วย 3 สิ่ง คือ ขึ้น , ลง , Sideway #1 Line graph วิธีที่ง่ายที่สุดและใช้ได้จริง คือการปรับกราฟเป็น Line graph จะทำให้มองแนวโน้มราคาออกได้ง่าย ตัดพวก noise ออกไปได้ (ใน bar graph และ candlestick graph แสดง High , Low ทำให้กราฟดูยาก) สามารถดูแนวโน้มโดยรวมได้ง่าย #2 Highs และ Lows ตามหลักพื้นฐานของ Technical analysis เลยคือเมื่อราคาทำ … [อ่านต่อ คลิก]

เทคนิคอ่านกราฟอย่างง่าย คือ อะไร ?

เทคนิคการอ่านกราฟ

เทคนิคการอ่านกราฟ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ เทรดเดอร์หลายคนมักมีปัญหาในการตีความกราฟที่ซับซ้อนจนเกินไป จนทำให้การเทรดนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย เทคนิคการการอ่าน Price action อย่างง่าย เพื่อให้เทรดเดอร์เข้าใจกราฟที่อ่านอย่างไม่สับสน ไม่ต้องไปใช้เวลาบนหน้าจอนาน เพื่อลดความตึงเครียด รวมทั้งลดการ Focus และเสพติดการเทรด ซึ่งจะนำไปสู่การเทรดที่มีประสิทธิภาพ ในระยะยาวมากกว่า การใส่เครื่องมือในการเทรดเข้าไปจำนวนมากแล้วดูวุ่นวายและไม่สามารถตัดสินใจได้สักที  #1 เทคนิคการอ่านกราฟ โดยใช้ Swings – Highs และ Lows รูปแบบกราฟ Swing High และ Low เป็น Basic ของ Technical analysis คือการใช้ทฤษฎี Dows ในการวิเคราะห์แนวโน้มว่าเป็นขาขึ้นหรือขาลง ขาขึ้น : ราคาทำ Higher high (ยอดสูงขึ้น) และ Higher Low (ฐานสูงขึ้น) ขาลง : ราคาทำ Lower High (ยอดต่ำลง) … [อ่านต่อ คลิก]

Transition points คือ อะไร ?

การหาTransition points หรือจุดกลับตัวของราคานั้นเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ต่างๆ พยายามหาจังหวะดังกล่าว เพื่อสร้างกำไรจากการเทรด ในบทความนี้เราจะมานำเสนอ 3 วิธีการที่จะช่วยให้เทรดเดอร์หาจุดดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าใจง่าย Transition points 3 วิธี 1# โมเมนตัมเปลี่ยน เริ่มต้นให้สังเกตพฤติกรรมของราคาว่าโมเมนตัมของรอบการแกว่งตัวที่ผ่านมายังดีอยู่หรือเปล่า การขึ้นยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิมหรือไม่ หรือแรงเริ่มจะหมดแล้ว … ตัวอย่างด้านล่างของ USDJPY จากตอนแรกที่ค่าเงินแกว่งตัวลงอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงโมเมนตัมการลงนั้นแข็งแกร่ง แต่พอในช่วงระดับ 100 เห็นการดีดกลับ แปลว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามา แรงขายเริ่มอ่อนลง จากนั้นรอบถัดมาราคาไม่สามารถทำ Lower Low และสุดท้ายแรงซื้อก็กลับมาชนะแรงขาย โดยยืนยันด้วยการทำ Higher High 2# Head and shoulders รูปแบบราคาที่เป็นที่รู้จักกันดี ทั้งมือใหม่และมือเก๋า โดยรูปแบบนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงจุดเปลี่ยนของราคาได้เช่นกัน … จากตัวอย่างกราฟด้านล่าง USDAUD สัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มเข้ามาหลังราคาฟอร์มไหล่ขวา และยืนยันด้วยการทะลุเส้น Neckline ขึ้น 3# Trend line ปกติในการใช้เส้น Trend line … [อ่านต่อ คลิก]