เลือกคู่เงินเทรดตามเวลาเปิดปิดตลาด Forex

คะแนนที่ผู้อ่านให้
[ผู้โหวต: 10 คะแนนเฉลี่ย: 5]

เลือกคู่เงินเทรดตามเวลาเปิดปิดตลาด Forex

แม้ว่าตลาดฟอเรกจะเปิด 5 วัน  เทรดได้ทั้งวันจนกว่าตลาดปิด แต่การเปิดเทรดไม่ได้หมายความว่าโอกาสความเป็นไปได้จะสูง เพราะคู่เงินที่เปิดเทรดไม่ได้วิ่งตลอดแต่เปิดเทรดได้ตลอด สิ่งที่ต้องการเมื่อจะเทรดแต่ละคู่เงินคือ volatility ที่ต้องเกิดค่อยจะทำให้ราคาวิ่ง  ราคาวิ่งเพราะมีเทรดเดอร์อยากเทรดทำให้ market orders เกินกัน

หรือเกิดความไม่สมดุลย์ระหว่างออเดอร์ โอกาสการทำกำไรค่อยเกิดขึ้น ไม่มีเทรดเดอร์ที่เปิดแล้วต้องการให้ราคาวิ่งอยู่ในกรอบแคบๆ เว้นไม่มีทางเลือก ที่จำต้องถือ position ที่เปิดแล้ว แม้ว่าการทำกำไรมาจากการเปิดเทรดเมื่อราคาขึ้นหรือราคาลงถ้าตลาดมีการวิ่ง แต่ก็จะยากที่จะทำกำไรถ้าตลาดไม่ไปไหนหรือวิ่งอยู่ในกรอบที่แคบๆ และนาน

ตลาดกำหนดเวลาแต่ละช่วง แต่ละวัน

แม้ว่าท่านสามารถเทรดฟอเรกทั้ง 5 วันได้ตลอดก็ตาม แต่เมื่อแบ่งช่วงตลาดการเงินหลักที่ช่วงตลาดเปิดก็จะได้ 4 ช่วงหลักๆ เช่นอย่างข้อมูลจาก forexfactory ที่มีการแบ่งช่วงเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกพร้อมกำหนดเวลาประเทศไทย ก็จะมีช่วง Sydney (04.00-13.00) Tokyo (07.00-16.00) London (14.00-23.00) และ New York (19.00-04.00)  แต่ละตลาดก็จะเกี่ยวกับค่าเงินหลักๆ ก็จะเพิ่ม volatility เข้าตลาดเมื่อตลาดเปิด ยิ่งเมื่อมีตลาดอื่นเปิดมาช่วงเวลาเดียวกันด้วย ก็ยิ่งเพิ่ม volatility หรือช่วงที่ overlapping กัน

คู่เงินที่จะเทรดก็จะมี volatility เกิดแต่ละช่วงที่ต่างกัน ต้องเลือกเทรดให้ถูกเช่น คู่เงินที่เกี่ยวกับ AUD NZD JPY เช่น AUDUSD NZDUSD AUDJPY NZDJPY USDJPY GBPAUD ก็จะเปิดโอกาสให้เทรดดีช่วงเวลา Sydney + Tokyo ยิ่งเป็นช่วง overlap กัน volatility ก็จะเพิ่มขึ้น  พอเวลา 14.00 ก็เป็นช่วงตลาดยุโรปเปิด เกิด volatility เกี่ยวกับค่าเงิน EUR GBP CHF เช่น EURUSD GBPUSD EURJPY GBPJPY เป็นต้น ก็เพิ่มเข้าตลาดอีก ก็ทำให้ตลาดวิ่งดี พอมาถึง 19.00 เป็นช่วงตลาดอเมริกาเปิด ก็มี volatility จากค่าเงิน USD CAD XAU เข้ามาอีก

เช่น USDJPY EURUSD GBPUSD USDCAD CADJPY เป็นต้น เนื่องจากตลาดการเงินยุโรปและตลาดอเมริกาเป็นตลาดใหญ่ของโลก ก็เลยทำให้ volatility เข้าไปเยอะกว่าเดิมอีก ยิ่งเป็นช่วงที่ overlap กันด้วย

เลือกคู่เงินให้สัมพันธ์ค่าเงินกับช่วงเวลาเปิดปิดตลาด Forex

แม้ตลาดฟอเรกจะเปิดให้เทรดได้ทั้ง 5 วัน แต่วอลลูมการเทรดสัมพันธ์กัน การเทรดที่แต่ละวันเทรดเดอร์ทำก็จะเป็นผลแต่ละช่วงตลาดเป็นหลัก เมื่อช่วงเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกไหนเปิดวอลลูมการเทรดก็จะมากขึ้น เช่นอย่าง EURUSD GBPUSD จะเห็นว่าวอลลูมการเทรดและเทรนมักจะเห็นชัดช่วงตลาด London และ New York จะเห็นว่า volatility ไม่ได้เยอะตลอดวัน และแต่ละช่วงก็ต่างกันออกไปด้วย

เลยทำให้การเทรดแต่ละช่วงเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกของแต่ละคู่เงินต่างกันออกไป ดังนั้นช่วงตลาด Asia ก็จะเป็นคู่เงินที่เกี่ยวกับค่าเงิน AUD NZD JPY เช่น USDJPY AUDJPY NZDUSD EURAUD   ช่วง London เกี่ยวกับค่าเงิน EUR GBP CHF เช่น GBPUSD, EURCHF, USDCHF, GBPJPY, EURUSD เป็นต้นและช่วง New York คู่เงินที่เกี่ยวกับ USD CAD XAU เช่นคู่เงิน EURUSD, USDCAD, USDCAD, EURCAD เป็นต้น

Volatility แต่ละวันไม่เหมือนกัน

อีกสิ่งแม้ว่าสามารถจะเทรดได้ทั้ง 5 วัน แต่สำหรับตลาดฟอเรกเรื่อง volatility แต่ละวันไม่เหมือนกัน บางวันน้อย บางวันมาก และยังได้รับผลกระทบจากข่าวที่เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานแรงๆ หรือ Fundamental news หรือเหตุการณ์การเมืองหรือเศรษฐกิจสำคัญๆ ของประเทศที่เกี่ยวกับค่าวันนั้นๆ เช่น ช่วงศุกร์แรกของต้นเดือนที่จะมีข่าว Non-Farm Employment จะเห็นว่าคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ USD

เช่น EURUSD ทั้งอาทิตย์ก็จะไม่ค่อยมี volatility เท่าไร ตลาดจะวิ่งไม่มากรอจนกว่ามีข่าวการประกาศตัวเลข Non-Farm ออกมา

นอกจากเรื่องช่วงเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกที่เกี่ยวกับค่าเงินนั้นๆ แล้วต้องดูเรื่อง volatility ที่เกิดแต่ละวันด้วยว่าเกิดขึ้นมากพอที่จะเทรดหรือเปล่า นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม่เทรดเดอร์จึงพยายามแกะร่องรอยว่าขาใหญ่เข้าเทรดหรือเปล่าแล้วเทรดตาม เพราะเรื่องของ volatility ที่เกิดแต่ะวัน ถ้ามี volatility มากก็จะทำให้ราคาวิ่งไปทางใดทางหนึ่งได้ง่าย ไม่ใช่อยู่ในกรอบหรือ sideway

ช่วงเวลาไหนจะเทรดคู่เงินไหนดี

การที่จะเลือกคู่เงินเพื่อที่จะเทรดแม้ว่าเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกจะทั้งวันจนครบ 5 วัน จันทร-ศุกร์ แต่ volatility ไม่ได้เกิดขึ้นตลาด ดังนั้นช่วงตลาดจึงสำคัญต่อคู่เงินที่สัมพันธ์กับช่วงนั้นๆ เช่น ช่วงตลาด London และ New York คู่เงิน EURUSD GBPUSD USDCAD ดูที่ตีช่วงตลาดที่ชาร์ตประกอบกับ volume ที่อยู่ด้านล่างของแต่ละช่วง

หรือถ้าเป็นช่วง Asia (Sydney + Tokyo) ก็จะมีคู่เงิน AUDUSD AUDJPY NZDUSD NZDJPY AUDNZD ที่เกี่ยวกับค่าเงิน AUD NZD JPY  ยิ่งเป็นช่วงที่ 2 ตลาดยังเปิดอยู่หรือช่วง overlap ช่วงระหว่าง Sydney กับ Tokyo (07.00-13.00 เวลาประเทศไทย) หรือ Tokyo กับ London (14.00-16.00) หรือ London กับ New York เวลาช่วง 19.00-23.00 จะเห็นว่าแต่ละคู่เงินที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ช่วงตลาดก็จะมี volatility มากขึ้น จะเป็นช่วงที่เทรดเดอร์ชอบเทรดกันเพราะราคาวิ่งดี  ดังนั้นการเลือกเทรดต้องดูช่วงเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกแต่ละคู่เงิน ยิ่งมีการ overlap เข้ามาด้วยยิ่งดี

London breakout ช่วงเปิดตลาดยุโรป

ตลาดยุโรปและอเมริกาถือว่าเป็นตลาดการเงินใหญ่เป็นตลาดหลัก เมื่อตลาดแต่ละช่วงเปิดขึ้นมาก็จะตามมาด้วย volatility มากขึ้นเป็นเรื่องปกติ วันๆ ที่ตลาดเปิดให้เทรดทั้ง 5 วัน แต่ละวันก็จะเริ่มด้วยตลาด Sydney เวลา 04.00 เป็นต้น คู่เงินที่พอจะวิ่งแต่ยังไม่มี volatility มากคือ คู่เงินที่เกี่ยวกับค่าเงิน AUD NZD ส่วนมาก เนื่องจากเรื่อง volatility จะเห็นตลาดช่วงนี้ มี spread ถ่างมาก ตลาดจะเริ่มพอเทรดได้

เมื่อตลาด Tokyo หรือเวลา 07.00 เปิดขึ้นมา เป็นตอนช่วงเวลา 2 ตลาด ก็จะเริ่มมี volatility จากทางตลาด Asia เข้าไป แต่ก็ไม่มากเมื่อเทียบกับ London และ New York ดังนั้นพอตลาด London เปิด กลยุทธ์การเทรด London Breakout ก็จะเป็นการเข้าเทรด 1-3 ชั่วโมงแรกสำหรับคู่เงิน GBPUSD ว่าค่าเงินได้เบรคช่วง Asia ไปทางไหนก็จะเน้นให้เปิดเทรดทางนั้นเป็นหลักของวันนั้นๆ เพราะเป็นเรื่องของการใช้ Volatility ที่เข้ามาเพราะมากกว่าตลาด Asia ว่าเข้ามาและดันราคาไปทางไหน

ข่าวกระทบต่อเรื่อง volatility แต่ละคู่เงิน

แม้ว่าเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกจะให้เทรดได้ 5 วัน แต่ข่าวเศรษฐกิจสำคัญๆ  หรือข่าวทางการเมืองที่เกี่ยวกับค่าเงินวันนั้นๆ สามารถสร้าง high volatility กระทบแต่ละวันแต่ละค่าเงินนั้นๆ ได้ แต่เรื่องของข่าวก็มีข้อดีคือเมื่อ volatility เกิดขึ้นมาก ก็จะทำให้ราคาวิ่งได้เร็วขึ้น ก็จะเป็นโอกาสเมื่อเห็น trade setup ที่เข้ากับช่วงข่าว  ถ้าเข้าใจเรื่องออเดอร์ทำงานอย่างไร ก็จะใช้ประโยชน์เทรดตามแบบขาใหญ่ได้ เรื่องของข่าวและผลกระทบสามารถดูได้จาก forexfactory เป็นต้น ที่มีการนำเสนอทุกวันพร้อมทั้งผลกระทบระดับไหน หรือถ้าไม่เข้าใจเรื่องของข่าว ให้ดูผลที่ชาร์ตย้อนหลังได้ก็จะเข้าใจ

เช่นอย่างข่าว Non-Farm Employment ของเดือนกรฏาคม ที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าเงิน USD คู่เงินที่เกี่ยวข้อง EURUSD GBPUSD USDJPY USDCAD เป็นต้น ก็จะเปิดโอกาสการเทรดเพราะไม่ต้องรอนานและราคาก็จะวิ่งหลายบีบ สามารถทำกำไรถ้าเปิดเทรดถูกทางในเวลาอันสั้นได้ หรือถ้าผิดทางก็ stop loss ไม่กี่บีบได้

ใช้เรื่อง correlation ช่วย

ข้อดีเมื่อเราใช้ประโยชน์จากเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกคือ ด้วยความที่มีหลายสินค้าให้เลือกเทรดเช่น เกี่ยวกับค่าเงิน USD ก็มี EURUSD AUDUSD USDJPY GBPUSD USDCAD USDCHA NZDUSD USDCHF ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากการ correlation กับ Dollar Index ได้ เดี๋ยวนี้โบรกเกอร์ส่วนมากก็จะมี Dollar Index มาให้เทรดด้วย สามารถเอามาใช้เปรียบเทียบได้

ดูว่า price level ที่ท่านต้องการเทรด คู่เงินที่เกี่ยวกับ USD แบบเดียวกับที่เห็นใน Dollar Index เพราะเป็นการบอกว่าจุดนั้นมีการเข้าเทรดจริง เช่นอย่างที่ยกตัวอย่างประกอบ จะเห็นว่า price level ที่เกิด EURUSD และ USDCHF แบบเดียวกัน DXY ถ้า price structure แบบเดียวกัน เมื่อดูเปรียบเทียบกันและเวลาเดียวกัน แสดงว่ามีการเข้าเทรดจริง ที่จุดนั้น ก็จะช่วยให้การเทรดคู่เงินแต่ละวันได้ง่ายขึ้น

หรือเป็นการ correlation คู่เงินด้วยกัน คู่เงินที่เกี่ยวกับ GBP  เช่น GBPUSD GBPJPY GBPAUD GBPCAD GBPAUD GBPCHF ด้วยการดูว่า price structure แบบเดียวกันเกิดขึ้นหรือเปล่า และ reaction เกิดขึ้นเป็นอย่างไรก็จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมในการเข้าเทรดได้ว่าว่าแต่ละวัน หรือแต่ละช่วง ได้ง่ายด้วยการดู correlation ประกอบกัน

ดังนั้น ถ้าท่านรู้และเข้าใจเวลาเปิดปิดตลาดฟอเรกก็จะสามารถประยุกต์เพื่อนำมาเลือกใช้กับคู่เงินและวิธีการเทรดเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้มากขึ้นได้

ทีมงาน : forexthai.in.th

Comments

comments

Bookmark the permalink.

Comments are closed.