Trendlines และ Horizontal line คืออะไร

Trendlines และ Horizontal line คืออะไร

 

การตีเส้น Trendlines ถือเป็นแหล่งกำเนิดของรูปแบบราคาต่างๆ เลยก็ว่าได้ ในเบื้องต้นการตีเส้น Trendlines นั้น เพื่อที่จะระบุแนวโน้มในช่วงนั้นว่าราคามีทิศทางการเคลื่อนไหวโดยรวมเป็นอย่างไร โดยหลักในการตีเส้น Trendlines อย่างง่ายๆ มีดังนั้น

          – เส้น Trendlines ขาขึ้น จะลากจากจุดต่ำสุดจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในช่วงการขึ้น

          – เส้น Trendlines ขาลง จะลากจากจุดสูงสุดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในช่วงการลง

 

Credit: CMT

            จากตัวอย่างเส้น Trendlines A แสดงถึง เส้น Trendlines ขาลง ส่วนเส้น Trendlines B, C, D แสดงถึง เส้น Trendlines ขาขึ้น แต่ในส่วนของเส้น Trendlines B, C, D นั้นสามารถลากเส้นใหม่ได้ดังเส้นจุดที่ 3 ในกราฟ เพื่อให้เป็นเส้นเดียวกัน โดยหลักสำคัญของการตีเส้น Trendlines นั้นคือ ยิ่งราคาทดสอบเส้นดังกล่าวมากเท่าไหร่ ยิ่งมีนัยสำคัญมากเท่านั้น

และอีกหลักการเดียวกันกับการตีเส้น Trendlines แต่จะค่อนข้างง่ายกว่า และมีประสิทธิภาพในการใช้งาน คือ Horizontal line หรือเส้นแนวนอน สามารถใช้หาแนวรับ แนวต้านได้เช่นกัน

Horizontal line: เป็นเส้นแนวนอน เป็นการลากจากจุดสูงสุดหนึ่งไปยังอีกจุดสูงสุดหนึ่งที่มีระดับเดียวกัน เพื่อหาแนวต้าน หรือจากจุดต่ำสุดหนึ่งไปยังอีกจุดต่ำสุดหนึ่งที่มีระดับเดียวกันเพื่อหา แนวรับ

 

Credit: CMT

            จากกราฟด้านบน ในการตีเส้น Horizontal line แบบแนวรับนั้นจะเป็นการลากเส้นแนวนอนผ่านจุดต่ำสุด 2 จุดด้วยกัน ส่วนเส้น Horizontal line แบบแนวต้านนั้น จะเป็นการลากเส้นแนวนอนผ่านผ่านจุดสูงสุด 2 จุด โดยในตัวอย่างสามารถลากได้ 2 แบบ คือ เส้นด้านบน คือลากแตะจุด High อย่างเดียว และอีกแบบหนึ่งคือ ลากผ่านบริเวณจุดสูงสุด ไม่จำเป็นต้อง High แป๊ะ ซึ่งประเด็นนี้แล้วแต่นักเทคนิคจะนิยมใช้แบบใดมากกว่า

แนวรับกลายเป็นแนวต้าน แนวต้านกลายเป็นแนวรับ – เมื่อราคาทะลุผ่านแนวต้าน ขึ้นมาทิศทางเป็นสัญญาณ Bullish ซึ่งแนวต้านที่ราคาทะลุผ่านขึ้นมานี้ สามารถใช้เป็นแนวรับในอนาคตได้ ส่วนแนวรับก็เช่นกัน หากถูกราคาทะลุผ่านลงมา เกิดสัญญาณ Bearish ซึ่งสามารถนำแนวรับที่พึ่งทะลุผ่านมานี้ เป็นแนวต้านในการ Rebound ในอนาคตได้เช่นกัน

และเมื่อราคาทะลุผ่านเส้น Trendlines หรือ Horizontal line จะเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มก็จริง ถึงอย่างไรก็ดี ในความเป็นจริง อาจเกิดเหตุการณ์ที่ราคาทะลุผ่านเส้นดังกล่าว แล้ววกกลับเข้ามาอีกครั้ง หรือที่เรียกกันว่าเป็นการทะลุหลอก หรือ Failed breakout อันนี้ต้องอาศัยความชำนาญของเทรดเดอร์ ควรวางกลยุทธ์ในการเทรดให้ดี เพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว

 

ทีมงาน : forexthai.in.th

Comments

comments

Comments are closed

  • facebook post